การบริหารงานห้องสมุดโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน 3D
ทิติภา กรองใจ
จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสการตื่นตัวครั้งใหญ่ของครู อาจารย์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา เพราะการศึกษาของประเทศไทยจะต้องมีการปฏิรูปโดยเฉพาะการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษา การจัดกระบวนการเรียนรู้ต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัดและความแตกต่างของผู้เรียน การฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุคใช้เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้เรียนและผู้สอนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย นอกจากนี้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 25 ได้กำหนดบทบาทรัฐให้การส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ โดยส่งเสริมการดำเนินงานและจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ จึงกล่าวได้ว่าห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญและสนองต่อการปฏิรูปการศึกษา เพราะห้องสมุดเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนและเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่มีการจัดประสบการณ์ทั้งมวลให้แก่เด็กตามการปฏิรูปการเรียนรู้ที่มุ่งให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ด้วยการศึกษาค้นคว้าเพื่อนำไปสู่การคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น รักการอ่านและเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (ชูศักรวิชญ์ แสนปัญญา, 2546, หน้า 42-43)
ห้องสมุดถือเป็นแหล่งความรู้ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการศึกษาอย่างมากและยังเป็นที่รวมแหล่งวิทยาการต่างๆ ที่ครูอาจารย์ผู้สอนและนักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามาค้นคว้าหาความรู้ทุกแขนงวิชาที่มีการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษานั้นฯ ห้องสมุดเป็นสถานที่ซึ่งทุกคนจะเลือกอ่านหนังสือและค้นคว้าหาความรู้ได้โดยอิสระตามความสนใจของแต่ละบุคคล ช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดพอใจที่จะอ่านหนังสือต่างๆ โดยไม่รู้จักจบสิ้นจนทำให้มีความรู้กว้างไกล ทันสมัยอยู่เสมอ ช่วยให้ผู้ใช้มีนิสัยรักการอ่าน รู้จักการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ให้ทุกคนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดรับรู้ด้วยตนเอง รับรู้ในสมบัติสาธารณะ รู้จักใช้และระวังรักษาอย่างถูกต้อง ห้องสมุดโรงเรียนจึงเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญยิ่ง สมัยนี้การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวหาเพียงพอไม่ นักเรียนจำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง เพื่อให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดทันเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน จึงจะรู้จักแก้ปัญหาของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2543, หน้า 45)
ห้องสมุดจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนการสอนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากห้องสมุดเป็นที่รวมแหล่งวิทยาการต่างๆ จึงสรุปได้ว่าห้องสมุดมีความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นแหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน เป็นแหล่งสำหรับศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้บริการโดยตรงและเป็นการส่งเสริมนักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนมีประสิทธิภาพและสามารถสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิผลสมดังเจตนารมณ์ของหลักสูตรที่กำหนดไว้ สถานศึกษาทุกแห่งจึงควรดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน
และองค์ประกอบที่ทำให้งานห้องสมุดประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังได้ ได้แก่ 1) ผู้บริหารสนับสนุน ถ้าผู้บริหารเห็นความสำคัญของห้องสมุดก็ย่อมส่งผลให้การดำเนินงานของห้องสมุดเป็นไปอย่างราบรื่นและสำเร็จตามวัตถุประสงค์ หากผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญ บรรณารักษ์จะต้องใช้เทคนิควิธีการ หาทางชี้แจงให้ผู้บริหารได้รับทราบข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการพัฒนาสร้างสรรค์งานบริการให้เป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้ซึ่งจะส่งผลให้เห็นความสำคัญและจะได้รับการสนับสนุนในที่สุด 2) มีบุคลากรเพียงพอ มีคุณภาพ สามารถปฏิบัติงานห้องสมุดได้เต็มเวลาและทุ่มเทให้การทำงานเต็มกำลังความสามารถ บุคลากรต้องมีความรู้ความชำนาญที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานและต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ เช่น ด้วยการศึกษาเพิ่มเติม รับการอบรม ศึกษาดูงานห้องสมุดอื่น และมีการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน 3) มีงบประมาณเพียงพอ สำหรับการดำเนินงาน
ผู้เขียนเห็นว่านั่นเป็นเหตุผลสำคัญสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาที่ต้องคำนึงถึงในการดำเนินงานห้องสมุดเพื่อให้การดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนมีประสิทธิภาพและสามารถสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิผลสมดังเจตนารมณ์ของหลักสูตรที่กำหนดไว้และยังส่งผลให้ห้องสมุดผ่านเกณฑ์มาตรฐานของ สมศ. เพราะเท่าที่ได้อ่านจากรายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของหลายๆ สถานศึกษาจะมีข้อเสนอแนะคล้ายๆ กัน เช่น รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในปีการศึกษา 2554 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี สังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยคณะกรรมการผู้ประเมินได้ให้ข้อข้อเสนอแนะภาพรวมว่า ควรจัดให้มีบรรณารักษ์ดูแลงานห้องสมุดโดยตรง และจัดกิจกรรมห้องสมุดมีชีวิตต่างๆ เช่น จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน รักการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั้งที่เป็นภูมิปัญญา แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น และสื่อเทคโนโลยี ในห้องสมุดควรจัดบริการห้องสมุดภาพ/เสียง เพื่อให้นักเรียนสามารถเติมเต็มความรู้ให้เต็มที่ มีคอมพิวเตอร์บริการให้มากขึ้น (วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี, 2555, หน้า 12) และรายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในปีการศึกษา 2554 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนศรีสโมสรวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 คณะกรรมการผู้ประเมินได้ให้ข้อข้อเสนอแนะภาพรวมว่า ควรจัดให้มีบรรณารักษ์ดูแลงานห้องสมุดโดยตรง บรรณารักษ์ควรมีคุณวุฒิตรงตามสายงาน และควรจัดกิจกรรมห้องสมุดมีชีวิต (โรงเรียนศรีสโมทสรวิทยา, 2555, หน้า 20) เมื่อพิจารณาจากรายงานผลการประเมินคุณภาพแล้ว ผู้เขียนเห็นว่าสถานศึกษาที่ยกตัวอย่างมาทั้งสองแห่ง มีจุดที่ควรพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับการประเมินคุณภาพของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในมาตรฐานที่ 11 สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล้อมและการบริการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาเต็มศักยภาพ เพราะผลจากการประเมินปรากฏว่าการดำเนินงานยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งมีสาเหตุเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรประจำห้องสมุด หนังสือหลักสูตร ทรัพยากรสารนิเทศ หนังสือประกอบการเรียนรู้ สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ผู้เขียนจึงขอเสนอกรอบแนวทางการดำเนินงานมาตรฐานห้องสมุดสามดี (How to 3Dee Library) เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาต่างๆ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานห้องสมุดให้ได้มาตรฐาน ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยหรือ กศน. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, 2552, หน้า 1-12) ได้กล่าวว่า กรอบแนวทางทางการดำเนินงานมาตรฐานห้องสมุดสามดี (How to 3Dee Library) ได้แก่
1. หนังสือดี มาตรฐานอยู่ที่
1.1 หนังสือหรือสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- เนื้อหามีสาระ ส่งเสริมจินตนาการ คุณธรรม จริยธรรม
- ความถูกต้องของข้อมูล เชื่อถือได้ มีการอ้างอิงถูกต้อง
- มีภาพและลายเส้นประกอบให้สอดคล้องกับเนื้อหา
- ใช้คำที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย
- มีรายการบรรณานุกรมที่หอสมุดแห่งชาติออกให้ (CIP)
1.2 การจัดหาหนังสือหรือสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- มีนโยบายการจัดหา
- มีคณะกรรมการคัดเลือก
- มีคณะกรรมการจัดซื้อ
- มีการจัดทำประกาศรายชื่อหนังสือที่จะซื้อ
- มีมุมแนะนำหนังสือดี
- มีการหมุนเวียนหนังสือเรื่อยๆ
- มีการจัดทำฐานข้อมูลหนังสือ
- มีการสนับสนุนสื่ออิเล็กทรอนิกส์
2. บรรยากาศดี มาตรฐานอยู่ที่
2.1 บรรยากาศภายในห้องสมุดดี ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- บรรยากาศทั่วไปดี เช่น สะอาด โล่ง โปร่ง สบาย แสงสว่างเพียงพอ
ต้นไม้ร่มรื่น
- การจัดพื้นที่ทำให้น่าสนใจ เช่น มีมุมหนังสือที่หลากหลาย ไม่มีมุมอับ
เฟอร์นิเจอร์สบาย ป้ายบอกทางชัดเจน
- การจัดส่วนส่วนการวางหนังสือ เช่น จัดวางหนังสืออย่างเหมาะสม
เข้าถึงง่าย ใช้สะดวก
2.2 บรรยากาศภายนอกห้องสมุดดี ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- สถานที่เป็นเอกเทศ
- ชุมชนเข้าถึงสะดวก
- มีสิ่งอำนวยความสะดวก
- อาคารน่าสนใจดึงดูดผู้ใช้บริการ เช่น ใช้สี
- พื้นที่ไม่คับแคบ จัดสัดส่วนให้เหมาะต่อการใช้บริการ
- ไม่มี dead zone พื้นที่ปรับได้ตามการใช้งาน
3. บรรณารักษ์ดี มาตรฐานอยู่ที่
3.1 บรรณารักษ์มีคุณภาพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการห้องสมุด
- มีทักษะในการปฏิบัติงานในห้องสมุดดี เช่น ด้านไอที ด้านการบริการ
ด้านการจัดกิจกรรม
3.2 บรรณารักษ์มีความเป็นมืออาชีพ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- มีกระบวนการและขั้นตอนในการทำงานในห้องสมุด
- เป็นนักจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่อง
- บริหารจัดการความรู้ในรูปแบบใหม่
- เป็นนักคิด นักพัฒนา และนักวางแผนในการใช้ไอทีเพื่อการปฏิบัติงาน
- เป็นผู้ประสานเครือข่าย
- เป็นผู้นำด้านบริการใหม่ๆ
- มีความภูมิใจในอาชีพ
3.3 บรรณารักษ์มีจิตบริการ ต้องอาศัยสิ่งบ่งชี้ดังนี้
- มีทัศนคติเชิงบวก
- ติดตามและปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ตลอด
- มีความคิดสร้างสรรค์
- บุคลิกภาพดี และมีความสุขในการทำงาน
จะเห็นว่างานบริการเป็นงานสำคัญที่เปรียบได้กับหัวใจของห้องสมุด มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ให้ได้รับความสะดวกและได้ใช้ทรัพยากรสารนิเทศที่มีภายในห้องสมุดได้อย่างเต็มที่โดยใช้องค์ประกอบและปัจจัยต่างๆ อย่างเหมาะสม ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานห้องสมุดต้องให้ความสำคัญรวมทั้งคำนึงถึงเกณฑ์มาตรฐานและแนวทางขั้นตอนในการปฏิบัติ จึงจะจัดบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นห้องสมุดมีชีวิตที่ผู้ใช้มีความพึงพอใจและมีความสุขในการใช้บริการ และการให้บริการของห้องสมุดถือเป็นภาพลักษณ์ของสถานศึกษาและเป็นการประชาสัมพันธ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมได้เป็นอย่างดี
จากที่กล่าวมาข้างต้น มาตรฐานของห้องสมุด 3 ดี น่าจะเป็นกรอบที่ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานห้องสมุดสามารถนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้สู่มาตรฐาน และหัวใจในการดำเนินกิจกรรมของห้องสมุดให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้นั้นจะต้องได้ “บรรณารักษ์มืออาชีพ” มาเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ของห้องสมุด และที่เป็นเสาหลักในการบริหารงานห้องสมุดก็คือมี ”ผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ” มาเป็นผู้บริหารจัดการห้องสมุดโรงเรียนจึงจะถือได้ว่าครบองค์ประกอบของการบริหารงานห้องสมุดโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน
บรรณานุกรม
ชูศักรวิชญ์ แสนปัญญา. (2546, กันยายน). “แหล่งการเรียนรู้ที่ผู้บริหารไม่ควรลืมในการ
กกกกกกกปฏิรูปการศึกษา,” วิชาการ. 6, 2546, 42-43.
โรงเรียนศรีสโมสรวิทยา. (2555). รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน
โรงเรียนศรีสโมสรวิทยา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำรอบปีการศึกษา
2554. ชัยนาท. สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5.
วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี. (2555). รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน
วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ระดับพื้นฐานวิชาชีพ ประจำรอบปีการศึกษา 2554.
สุพรรณบุรี. สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม.
สนอง ศิริกุลวัฒนา. (2546). รวมกฎหมายการศึกษา. กรุงเทพฯ: คุณพินอักษร.
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2543). ปฏิรูปการเรียนรู้ผู้เรียนสำคัญที่สุด.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2552). กรอบแนวทาง
การดำเนินงาน ”ห้องสมุดสามดี”. กรุงเทพฯ: ร้านรังษีการพิมพ์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น