27.3.52

วิจัยในชั้นเรียน เรื่องแก้ไขผู้เรียนมีผลการเรียน ร


วิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง แก้ไขผู้เรียนมีผลการเรียน ร

วันที่ 27 มีนาคม 2552

*จากการที่ข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ รหัส ค 33101 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2551 ได้มอบหมายกิจกรรมให้ผู้เรียนนำไปปฏิบัติ ทั้งในชั่วโมงเรียนและนอกเวลาเรียน ลักษณะงานที่ผู้เรียนได้นำไปปฏิบัติเป็นรายบุคคล แต่ผล ปรากฏว่า ชิ้นงานมักจะมีปัญหาเรื่องการส่งงาน มีผู้เรียนบางส่วนที่ส่งงานไม่เป็นไปตามข้อตกลง เมื่อซักถามมักให้เหตุผลต่าง ๆ นา ๆ เช่น ไปงานราชการการแสดงของวิทยาลัยฯ ไม่มีเวลาทำ ลืมไว้ที่บ้าน/ที่หอพักฯ ไม่สามารถส่งได้ ฯลฯ เมื่อเกิดสภาพปัญหาเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ ข้าพเจ้าจึงได้สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนว่า แท้จริงเกิดจากปัญหาใด พบว่าเกิดจากผู้เรียนยังขาดความรับผิดชอบ ขาดการวางแผนการจัดการงานว่าชิ้นใดยาก ชิ้นใดง่าย ชิ้นใดควรทำก่อนหรือหลัง

**เมื่อถึงเวลาสอนและมีกิจกรรมการเรียนการสอนที่ให้งานกิจกรรมใช้กระบวนตามข้อกำหนด ในแต่ละจุดประสงค์ ในการส่งงานซึ่งต้องตรงตามเวลาที่กำหนดเวลาจะให้คะแนนความรับผิดชอบสูง และหากส่งไม่ตรงตามกำหนดเวลาจะมีบทลงโทษด้วยการหักคะแนนในงานชิ้นนั้น นอกจากนั้นยังติดตามผู้เรียนให้รู้จักวางแผนในการทำงานกิจกรรมก่อนหลัง สอบถามถึงปัญหาและอุสรรค์ในการทำกิจกรรมพร้อมทั้งหาข้อสรุปแนะนำแก่ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ผลปรากฏว่าผลงานของผู้เรียนออกมาอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี มีคุณภาพ และที่สำคัญส่งตรงตามเวลาที่กำหนด มีเพียงผู้เรียนบางส่วนที่ไม่ส่งงานและไม่มาทดสอบหลังเรียนในแต่ละรายจุดประสงค์ ทำให้ปลายภาคได้ผลคะแนนเป็น ร ซึ่งได้ติดตามเป็นรายบุคคล เป็นรายชิ้นงาน เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนให้ทันตามกำหนดเวลา

***อย่างไรก็ดี การปฏิบัติในกิจกรรมการเรียนการสอนลักษณะนี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เรียนในการร่วมกิจกรรมและจากผู้ปกครองในเรื่องของการติดตามพฤติกรรมการเรียนของบุตรหลานของตน จึงจะได้ผลดียิ่งขึ้น

วิจัยในชั้นเรียน เรื่องการเล่าเรื่องก่อนเข้าสู่บทเรียนวิชาคณิตศาสตร์





วิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง การเล่าเรื่องก่อนเข้าสู่เนื้อหาบทเรียน


วันที่ 26 มิถุนายน 2551





* จากที่ข้าพเจ้าได้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียนก่อนเข้าเรียนและหลังจากเรียนวิชาคณิตศาสตร์ มีอยู่หลายประเด็นที่น่าสนใจมาก เช่น การทำให้ห้องเรียนไม่เครียด และการจูงใจให้ ผู้เรียนสนใจและตั้งใจเรียน ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ของผู้เรียน
** ในชั่วโมงแรกของช่วงเช้าและบ่ายของวิชาคณิตศาสตร์ ผู้เรียนจะไม่พร้อมที่จะเรียน เนื่องจากมีเรื่องต้องคุยกัน และยังกังวลกับการเปลี่ยนคาบจากวิชาสามัญเป็นวิชาเอก ซึ่งต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากชุดนักเรียนมาเป็นนุ่งผ้าแดง รวมถึงกิจกรรมตอนพักเที่ยงที่ผ่านมา การเริ่มต้นการสอนด้วยการดุให้ผู้เรียนเงียบและตั้งใจเรียนนั้นคงไม่เป็นการณ์ดีต่อการเรียนการสอนแน่นอน ข้าพเจ้าจึงได้หาวิธีที่จะมาจูงใจผู้เรียนให้พร้อมรับการเรียนรู้ และการนำเข้าสู่บทเรียนโดยที่ผู้เรียนไม่รู้ตัวแล้วยังสนุกเพลิดเพลินเหมือนการพูดคุยธรรมดาระหว่างเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาและครูผู้สอน นั่นก็คือ การกำหนดบทบาทสมมติ การเล่านิทาน เรื่องสั้น ขำขัน ข่าว และนำภาพที่ตลกๆ หรือแปลกๆ มานำเสนอผู้เรียนก่อนเข้าสู่เนื้อหาบทเรียนจริงๆ และครูผู้สอนจะหาเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทเรียนมานำเสนอ เพื่อให้เกิดการประสานการเรียนรู้กับเนื้อหา แต่ก็ใช่ว่าจะมีเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทเรียนมานำเสนอได้บ่อย (ขึ้นอยู่กับเนื้อหาบทเรียน) และผู้เรียนก็ไม่ชอบอะไรที่วิชาการมากเกินไป การเรียนการสอนจึงใช้ศัพท์ที่เข้าใจง่ายควบคู่ไปกับภาษาถิ่น เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
*** หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ทดลองใช้วิธีการบทบาทสมมติ เล่านิทาน เรื่องสั้น ขำขัน ข่าวสารต่าง ๆ และนำภาพที่ตลกๆ หรือแปลกๆ มานำเสนอผู้เรียนก่อนเข้าสู่เนื้อหาบทเรียน เป็นเวลานับปี คือตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 ถึง 2551 พบว่าได้ผลดีมาก เป็นหลักจิตวิทยาที่ดึงดูดความสนใจผู้เรียนให้พร้อมเข้าสู่บทเรียนได้เป็นอย่างดี พอถึงชั่วโมงถัดไปผู้เรียนจึงอยากเข้าเรียนและตั้งใจรอเพื่อที่ฟังเรื่องเล่าจากผู้สอน จนกลายเป็นจุดขายของข้าพเจ้าไปเสียแล้ว นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าวิธีนี้เป็นวิธีการสร้างให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อครูผู้สอนและวิชาที่สอนด้วย เพราะปกติพอได้ยินว่าหลังรับประทานอาหารชั่วโมงต่อไปเป็นวิชาคณิตศาสตร์ก็ง่วงรอได้เลย หรือไม่ก็จะไปมุมไหนดีชั่วโมงนี้
**** อย่างไรก็ดี การเล่าเรื่องอย่างนี้อาจไม่มีทุกชั่วโมงที่สอน (ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม) แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งห่างจนเกินไป ถึงแม้ว่าจะลำบากหน่อยที่ผู้สอนต้องไปแสวงหาเรื่องราวต่างๆ มานำเสนอให้ผู้เรียน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้แน่นอน และในการเล่าเรื่องก็จะไม่นอกลู่นอกทางจนเกินไป เพราะจะทำให้ผู้เรียนเตลิดออกนอกเนื้อหาบทเรียนได้ ครูผู้สอนได้กำหนดระยะเวลาและเนื้อหาให้เหมาะสมกับบทเรียน อีกประการหนึ่ง ผู้เรียนที่เรียนสายศิลป์จะไม่ชอบอะไรที่ซ้ำ ๆ หรือเนิ่นนานเกินไปจึงต้องรีบขมวดหัวข้อให้กระชับและทันกับสถานการณ์ภายในห้องว่าขณะนั้นสมควรที่จะสรุปเข้าบทเรียนได้แล้วหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นความท้าทายทุก ๆ ชั่วโมงสอน

วิจัยในชั้นเรียนเรื่องกระบวนการกลุ่ม



วิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง กระบวนการกลุ่ม





วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552

* จากการที่ข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ รหัส ค 42102 และ ค 43101 ในระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2 และปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2551 ได้มอบหมายกิจกรรมให้นักเรียนนำไปปฏิบัติทั้งในชั่วโมงเรียนและนอกเวลาเรียน ลักษณะงานที่นักเรียนได้นำไปปฏิบัติมีทั้งงานในลักษณะที่เป็นรายบุคคล และเป็นกระบวนการ
กลุ่ม กิจกรรมที่เป็นกระบวนการกลุ่มมีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และไม่เกิน 15 คน ซึ่งคาดหวังว่า งานที่มอบหมายให้นักเรียนนำไปปฏิบัติทั้งสองลักษณะต้องเสร็จเรียบร้อยและมีคุณภาพ ส่งตรงตามเวลาที่กำหนด แต่ผลปรากฏว่าชิ้นงานมักจะมีปัญหาเรื่องการส่งงาน มีนักเรียนบางส่วนที่ส่งงานไม่เป็นไปตามข้อตกลง เมื่อซักถามมักให้เหตุผล ต่าง ๆ นานา เช่น จัดตารางสอนผิด ลืมไว้ที่บ้าน ที่หอพักฯ งานได้ไม่ครบไม่สามารถเย็บเล่มส่งได้เนื่องจากชิ้นงานบางส่วนอยู่ที่เพื่อนแล้ววันที่ถึงกำหนดส่งเพื่อนไม่มาวิทยาลัย ติดงานการแสดงของวิทยาลัยทำไม่ทัน ฯลฯ เมื่อเกิดสภาพปัญหาเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ ข้าพเจ้าจึงได้ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า การปฏิบัติกิจกรรมเพื่อทำชิ้นงานส่งครู นักเรียนคิดว่าการทำงานในรูปแบบใดที่น่าจะเหมาะสมและสะดวกสำหรับนักเรียน ระหว่างการทำเป็นรายบุคคลกับการทำเป็นกระบวนการกลุ่ม

** ในการจัดการเรียนการสอนข้าพเจ้ามักใช้เทคนิคการสอนกระบวนการกลุ่ม จุดประสงค์ เพื่อต้องการให้นักเรียนร่วมกันคิดร่วมกันทำ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการส่งงานที่ไม่เป็นไปตามกำหนด และเพื่อไม่ให้เกิดสภาพปัญหาดังที่กล่าวมา ดังนั้นหลังจากเปิดภาคเรียนที่ 2 ได้ 1 สัปดาห์ ข้าพเจ้า จึงทำความตกลงกับนักเรียนโดยให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติกิจกรรมว่าต้องการ ทำในลักษณะใดระหว่างทำเป็นรายบุคคลกับทำเป็นกระบวนการกลุ่ม โดยมีนักเรียนทั้งหมด 124 คน ปรากฎว่านักเรียนที่ให้ความคิดเห็นว่าการปฏิบัติงานเป็นรายบุคคลดีกว่ากระบวนการกลุ่มเป็นจำนวน 34 คน และการปฏิบัติงานโดยกระบวนการกลุ่มดีกว่าทำเป็นรายบุคคลเป็นจำนวน 90 คน จากข้อมูลข้างต้นสรุปได้ว่านักเรียนให้ความคิดเห็นว่าการปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้กระบวนกลุ่มดีกว่าการปฏิบัติกิจกรรมที่ทำเป็นรายบุคคล จึงให้นักเรียนร่วมกันกำหนดข้อปฏิบัติในการทำงาน

*** เมื่อถึงเวลาสอนและมีกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้กระบวนการกลุ่ม จะให้นักเรียน จัดกลุ่มกันเองตามความพึงพอใจ แล้วให้กำหนดบทบาทและหน้าที่ของตนเอง ที่สำคัญกำหนดเวลา ในการส่งงานซึ่งต้องตรงตามเวลาที่กำหนด หากส่งไม่ตรงเวลาควรมีบทลงโทษอย่างไร นอกจากนั้นนักเรียนต้องวางแผนในการทำงานร่วมกัน โดยเขียนออกมาให้เห็นเป็นขั้นตอนอย่างชัดเจน อีกทั้งนักเรียนสามารถร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอชิ้นงานออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งงาน ทุกชิ้นไม่สามารถทำให้เสร็จในชั่วโมงเรียนได้ จึงให้นักเรียนนำไปทำนอกเวลาเรียนที่ว่าง หรือแบ่งหน้าที่กันไปทำที่บ้าน และเพื่อแก้ไขสภาพปัญหาที่มีนักเรียนบางคน (ส่วนน้อย) ที่ทำงานกลุ่มไม่เต็มที่ หรือไม่ให้ความร่วมมือ ข้าพเจ้าจะคอยติดตามความคืบหน้าในการทำงานของนักเรียนทุกกลุ่ม และจะสอบถามวิธีการทำงานของแต่ละบุคคลว่ามีขั้นตอนในการปฏิบัติอย่างไร เป็นการกระตุ้นเตือนไม่ให้ เป็นการเอาเปรียบเพื่อนร่วมกลุ่ม

**** หลังจากกำหนดกิจกรรมปฏิบัติให้นักเรียนทำโดยใช้กระบวนการกลุ่มแล้ว ผลปรากฏว่าผลงานของนักเรียนออกมาอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี มีคุณภาพ และที่สำคัญส่งตรงตามเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่มีปัญหาในการตรวจเก็บคะแนน และนักเรียนมีความพึงพอใจในการทำงาน

***** งานวิจัยชิ้นนี้ทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการกลุ่มเป็นเทคนิคการสอนที่ส่งผลให้นักเรียนรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง รู้จักการเป็นผู้นำ ผู้ตาม รู้จักการทำงานร่วมกันอันก่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ เกิดความรักใคร่ เมตตา ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทั้งรู้จักการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลายในชิ้นงานที่ทำร่วมกัน ซึ่งเป็นผลดีสำหรับนักเรียนที่เรียนด้านนาฏศิลป์ดนตรีที่ต้องมีการคิดร่วมกันในการสร้างสรรผลงานด้านศิลปะการแสดง เพราะเรียนด้านนาฏศิลป์ก็ต้องมีดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง เรียนดนตรีก็ต้องมีนาฏศิลป์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นทุกรายวิชาเอกจึงร่วมกันทำร่วมกันคิดเพื่อชิ้นงานจะได้ออกมาสมบูรณ์ จะเห็นได้จากผลงานสร้างสรรของนักเรียนในแต่ละปีที่มีเผยแพร่สู่สาธารณะ และที่สำคัญก็คือ นักเรียนรู้จักความรับผิดชอบสามารถส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด