27.3.52

วิจัยในชั้นเรียน เรื่องการเล่าเรื่องก่อนเข้าสู่บทเรียนวิชาคณิตศาสตร์





วิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง การเล่าเรื่องก่อนเข้าสู่เนื้อหาบทเรียน


วันที่ 26 มิถุนายน 2551





* จากที่ข้าพเจ้าได้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียนก่อนเข้าเรียนและหลังจากเรียนวิชาคณิตศาสตร์ มีอยู่หลายประเด็นที่น่าสนใจมาก เช่น การทำให้ห้องเรียนไม่เครียด และการจูงใจให้ ผู้เรียนสนใจและตั้งใจเรียน ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ของผู้เรียน
** ในชั่วโมงแรกของช่วงเช้าและบ่ายของวิชาคณิตศาสตร์ ผู้เรียนจะไม่พร้อมที่จะเรียน เนื่องจากมีเรื่องต้องคุยกัน และยังกังวลกับการเปลี่ยนคาบจากวิชาสามัญเป็นวิชาเอก ซึ่งต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากชุดนักเรียนมาเป็นนุ่งผ้าแดง รวมถึงกิจกรรมตอนพักเที่ยงที่ผ่านมา การเริ่มต้นการสอนด้วยการดุให้ผู้เรียนเงียบและตั้งใจเรียนนั้นคงไม่เป็นการณ์ดีต่อการเรียนการสอนแน่นอน ข้าพเจ้าจึงได้หาวิธีที่จะมาจูงใจผู้เรียนให้พร้อมรับการเรียนรู้ และการนำเข้าสู่บทเรียนโดยที่ผู้เรียนไม่รู้ตัวแล้วยังสนุกเพลิดเพลินเหมือนการพูดคุยธรรมดาระหว่างเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาและครูผู้สอน นั่นก็คือ การกำหนดบทบาทสมมติ การเล่านิทาน เรื่องสั้น ขำขัน ข่าว และนำภาพที่ตลกๆ หรือแปลกๆ มานำเสนอผู้เรียนก่อนเข้าสู่เนื้อหาบทเรียนจริงๆ และครูผู้สอนจะหาเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทเรียนมานำเสนอ เพื่อให้เกิดการประสานการเรียนรู้กับเนื้อหา แต่ก็ใช่ว่าจะมีเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทเรียนมานำเสนอได้บ่อย (ขึ้นอยู่กับเนื้อหาบทเรียน) และผู้เรียนก็ไม่ชอบอะไรที่วิชาการมากเกินไป การเรียนการสอนจึงใช้ศัพท์ที่เข้าใจง่ายควบคู่ไปกับภาษาถิ่น เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
*** หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ทดลองใช้วิธีการบทบาทสมมติ เล่านิทาน เรื่องสั้น ขำขัน ข่าวสารต่าง ๆ และนำภาพที่ตลกๆ หรือแปลกๆ มานำเสนอผู้เรียนก่อนเข้าสู่เนื้อหาบทเรียน เป็นเวลานับปี คือตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 ถึง 2551 พบว่าได้ผลดีมาก เป็นหลักจิตวิทยาที่ดึงดูดความสนใจผู้เรียนให้พร้อมเข้าสู่บทเรียนได้เป็นอย่างดี พอถึงชั่วโมงถัดไปผู้เรียนจึงอยากเข้าเรียนและตั้งใจรอเพื่อที่ฟังเรื่องเล่าจากผู้สอน จนกลายเป็นจุดขายของข้าพเจ้าไปเสียแล้ว นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าวิธีนี้เป็นวิธีการสร้างให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อครูผู้สอนและวิชาที่สอนด้วย เพราะปกติพอได้ยินว่าหลังรับประทานอาหารชั่วโมงต่อไปเป็นวิชาคณิตศาสตร์ก็ง่วงรอได้เลย หรือไม่ก็จะไปมุมไหนดีชั่วโมงนี้
**** อย่างไรก็ดี การเล่าเรื่องอย่างนี้อาจไม่มีทุกชั่วโมงที่สอน (ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม) แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งห่างจนเกินไป ถึงแม้ว่าจะลำบากหน่อยที่ผู้สอนต้องไปแสวงหาเรื่องราวต่างๆ มานำเสนอให้ผู้เรียน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้แน่นอน และในการเล่าเรื่องก็จะไม่นอกลู่นอกทางจนเกินไป เพราะจะทำให้ผู้เรียนเตลิดออกนอกเนื้อหาบทเรียนได้ ครูผู้สอนได้กำหนดระยะเวลาและเนื้อหาให้เหมาะสมกับบทเรียน อีกประการหนึ่ง ผู้เรียนที่เรียนสายศิลป์จะไม่ชอบอะไรที่ซ้ำ ๆ หรือเนิ่นนานเกินไปจึงต้องรีบขมวดหัวข้อให้กระชับและทันกับสถานการณ์ภายในห้องว่าขณะนั้นสมควรที่จะสรุปเข้าบทเรียนได้แล้วหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นความท้าทายทุก ๆ ชั่วโมงสอน

3 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คุณครูเคยเล่าแบบนี้แหละ หายง่วงเลย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอตัวอย่างสักหนึ่งเรื่องดิ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ตอนประถมครูชอบเล่านิทานก่อน แล้ววกเข้ามาสอน จำได้ว่าเป็นวิชาภาษาไทย แต่คณิตศาสตร์ยังไม่เคยฟังมีแต่มาถึงก็สอน ๆๆๆๆ