29.11.53

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง เรียนวิชาคณิตศาสตร์อ่อน



วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553

ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหา

จากการที่ผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ในระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นปีที่ 3 (ปวช.3) รหัส ค 43101 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 เรื่อง ความน่าจะเป็น ปรากฏว่า มีผลการเรียนต่ำเมื่อมีการประเมินผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง เพราะผู้เรียนเรียนอ่อน ผู้เรียนที่เรียนอ่อนทาง คณิตศาสตร์ หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าปกติเมื่อเทียบกับผู้เรียนในกลุ่มปกติด้วยกัน ผู้เรียนเหล่านี้สามารถจะเรียนคณิตศาสตร์ได้ แต่เรียนได้อยู่ในระดับช้า ซึ่งลักษณะโดยทั่วไปของผู้เรียน ที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์อาจจะสังเกตได้จากความสามารถในด้านการอ่านต่ำ มีปัญหาในด้านการเรียบเรียง หรือการใช้ถ้อยคำ มีพื้นความรู้ทางคณิตศาสตร์น้อย สังเกตได้จากการสอบไม่ผ่านผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ในวิชาคณิตศาสตร์บ่อยครั้ง มีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อวิชาคณิตศาสตร์ ขาดทักษะในการฟังและไม่มีความเข้าใจในการเรียน หรือมีความตั้งใจในการเรียนเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ผู้วิจัยจึงคิดหาวิธีปรับพฤติกรรมของนักเรียนที่อ่อนทางคณิตศาสตร์ให้สนใจที่จะเรียนและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ผู้วิจัยได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนโดยการเข้าไปศึกษาปัญหา การทำความเข้าใจแต่ละบุคคล ทำความคุ้นเคย ช่วยแนะนำ มีความรักและความเห็นใจที่จะช่วยเหลือผู้เรียน ช่วยพัฒนาพฤติกรรมผู้เรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์ให้มีความสนใจเรียนและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น

จุดมุ่งหมาย/วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. ศึกษาพฤติกรรมนักเรียนที่อ่อนทางคณิตศาสตร์ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3
(ปวช.3) รหัส ค 43101 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 เรื่อง ความน่าจะเป็น
จำนวน 39 คน
2. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เจตนคติในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์
3. เพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
นักเรียนในระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นปีที่ 3 (ปวช.3) จำนวน 39 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. ใบงาน
2. แบบฝึกหัด

แนวทางการดำเนินการทดลอง/การแก้ปัญหา
1. แนวทาง/วิธีการวิจัย
1.1 ปรับแนวความคิดของผู้วิจัย แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก และหนักเป็นอย่างยิ่ง ผู้วิจัยต้องมีความอดทนมีความรักและความเห็นใจที่จะช่วยเหลือผู้เรียนอย่างจริงจัง ต้องมีพลังที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์ได้สนใจเรียนและทำตนให้เป็นที่ยอมรับของผู้เรียนที่เรียนอ่อนฯ
1.2 ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนดังต่อไปนี้
1) การนำเข้าสู่บทเรียน
1.1) สร้างความสนใจ และความพร้อมของผู้เรียนก่อนจะเรียนเนื้อหา
1.2) ทบทวนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะนำเข้าสู่บทเรียนเรื่องใหม่
1.3) ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น บทบาทสมมติ ช่วยยกตัวอย่างสิ่งที่ทราบ
2 การจัดการเรียนการสอน
2.1) สอนเนื้อหาครั้งละไม่มากนัก ไม่สอนเร็วจนเกินไป ต้องเป็นลำดับขั้นตอนและสอนซ้ำ เมื่อสังเกตพฤติกรรมแล้วผู้เรียนยังไม่เข้าใจหรือตอบคำถามเบื้องต้นไม่ได้
2.2) สอนให้เกิดความเข้าใจในแต่ละชั่วโมง เพื่อผู้เรียนจะได้ไม่เกิดความสับสน
2.3) ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทางคณิตศาสตร์โดยใช้ประสาทสัมผัสหลาย ๆ ด้าน เช่น การใช้สื่อ การเรียนรู้ประกอบคำอธิบาย เขียนแผนภาพ รูปภาพประกอบคำพูด
2.4) มีการทดสอบผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องและมีระบบเพื่อจะได้ทราบจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องของผู้เรียน ซึ่งจะได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียนต่อไป
3 การจัดกิจกรรมและแบบฝึกหัด
3.1) จัดแบ่งเวลาในระหว่างเรียนให้ผู้เรียนได้ฝึกทำแบบฝึกหัด และทบทวนบทเรียนโดยใช้กิจกรรมต่าง ๆ
3.2) แบบฝึกหัดควรให้ฝึกที่ง่าย ๆ ไปก่อน แล้วจึงยากขึ้นเป็นลำดับจนเต็มความสามารถ ของผู้เรียน
3.3) ขณะที่ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด ผู้วิจัยได้อยู่กับผู้เรียน เพื่อคอยให้คำแนะนำและอธิบาย เพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด จะไม่ปล่อยให้ผู้เรียนต้องเคว้งคว้างเพราะจะทำให้ขาดกำลังใจในการแก้ปัญหา
3.4) ได้ตรวจแบบฝึกหัดและงานที่มอบหมายให้ผู้เรียนทำในทันที ได้ทำเครื่องหมายตรงส่วน ที่ผู้เรียนทำผิดพลาดและได้อธิบายข้อผิดพลาดแจ้งข้อผิดพลาดให้ผู้เรียนทราบในทันทีแล้วดูแลการแก้ปัญหา ในแบบฝึกหัดนั้น ๆ พร้อมทั้งสังเกตพฤติกรรมการทำความเข้าใจของผู้เรียน
4 การใช้จิตวิทยาการเรียนการสอน
4.1) ขณะสอนได้พยายามกระตุ้นให้ผู้เรียนได้สร้างหรือใช้กระบวนการในการคิดที่มีความหมายกับตัวผู้เรียนเอง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจในเรื่องเหล่านั้นมากขึ้น
4.2) กรณีที่มีการลงโทษผู้วิจัยจะไม่บังคับให้ผู้เรียนทำงานด้านคณิตศาสตร์ เพราะจะทำให้ผู้เรียน มีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น ได้หางานอย่างอื่นให้ทำ เช่น จัดเรียงเอกสาร นับและแจกสมุดงานของเพื่อน ๆ ลบกระดาน จัดเก้าอี้หลังเลิกเรียน ในทางตรงข้ามผู้วิจัยจะให้คำชมเชยทันทีเมื่อผู้เรียนประสบผลสำเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์
4.3) ถ้าผู้เรียนมีความรู้สึกไม่อยากเรียน ไม่อยากตอบ ผู้วิจัยจะไม่บังคับแต่จะใช้ลักษณะท่าทางของผู้วิจัย กิจกรรม หรือสื่อการเรียนรู้กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดปฏิกิริยาตอบสนองในทางที่ต้องการ
4.4) สังเกตพฤติกรรมการเรียนของผู้เรียนที่อ่อนทางคณิตศาสตร์ และให้แนวคิดเป็นระยะ ๆ
4.5) บันทึกผลการสังเกตทุกวันหลังแผนการจัดการเรียนรู้
4.6) เมื่อครบจำนวนคาบเรียน (จากการสอนเรื่อง ความน่าจะเป็น) นำข้อมูลที่รวบรวมได้และ จากสอบถามการประเมินตนเองของผู้เรียนมาวิเคราะห์
4.7) สรุปผล เขียนรายงานและกำหนดวิธีการพัฒนาพฤติกรรมของผู้เรียนที่อ่อนทางคณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
5. การวิเคราะห์ข้อมูล
วิเคราะห์ข้อมูลจากบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียน ผลการสอบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ของผู้เรียน และจากการสอบถามการประเมินงานของผู้เรียนโดยนำข้อมูลมาจัดกลุ่มประเภทและวิเคราะห์
สรุปแนวโน้มหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม


ผลการวิจัย/ข้อเสนอแนะ
1. ผู้เรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์มีความสนใจ และกล้าที่จะแสดงออกทางความคิดเกี่ยวกับ แนวทางการแก้ปัญหาโจทย์คณิตศาสตร์ และมีความตั้งใจในการทำแบบฝึกหัดหรืองานที่รับมอบหมายให้ความร่วมมือในกิจกรรมพัฒนาจนทำให้มีความเข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้น
2. ผู้เรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์ได้พัฒนาความสามารถทางคณิตศาสตร์ได้เต็มตามความ สามารถของแต่ละบุคคล
3. ผู้เรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น เพราะในปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 ไม่มีผลการเรียนเป็นศูนย์
4. ผู้สอนที่มีผู้เรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์จะต้องใช้ความอดทน และต้องมีความตั้งใจในการสอนเป็นอย่างมาก รวมตลอดทั้งต้องมีความสามารถ มีความพยายามในการเลือกและใช้เทคนิควิธีการสอน ที่ต้องปรับปรุงให้เหมาะสมกับการใช้สอนผู้เรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์ในแต่ละรายบุคคลให้เป็นไป ตามสถานการณ์นั้น ๆ ไม่สามารถเจาะจงลงไปว่าต้องใช้วิธีการใดวิธีหนึ่งเพียงวิธีเดียวแต่เป็นการผสมผสานในหลาย ๆ วิธีที่จะนำมาช่วยในการเติมเต็มความเข้าใจในเนื้อหาที่ผู้เรียนยังไม่สามารถเรียนรู้ได้ดี
5. ควรจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบการสอนสำหรับผู้เรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์ให้ มากขึ้น เช่น วัสดุประกอบการสอน ตุ๊กตาจำลองเหตุการณ์ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
6. ควรปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของวิทยาลัยนาฏศิลปทั่วประเทศให้เป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการย้ายสถานศึกษาของผู้เรียน เช่น ในกรณีจำเป็นที่ต้องย้ายตามผู้ปกครอง
7. ควรจัดแผนการสอนให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้เหมาะสมกับผู้เรียนที่เรียนด้านนาฏศิลปดนตรี ซึ่งด้วยธรรมชาติแล้วผู้เรียนทางด้านศิลปบางส่วนหรือส่วนใหญ่เป็นผู้เรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์
8. ควรจัดหลักสูตร วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนการวัดและประเมินผลตาม สภาพจริงให้แตกต่างไปจากนักเรียนปกติหรือนักเรียนที่เรียนเก่งทางคณิตศาสตร์
9. ในการประชุมผู้ปกครองประจำปี หรือในบางครั้งคราวตามแต่สถานการณ์ ทางวิทยาลัยควร เชิญบิดา มารดา หรือผู้ปกครองนักเรียนมาพบเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความสามารถและ ทักษะของผู้เรียนรวมทั้งช่วยกันหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้เรียนต่อไป

3.2.53

วิจัยในชั้นเรียนเรื่อง กิจกรรมการเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น ม.3


วันที่ 29 มกราคม 2552

ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหา
จากการที่ผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ รหัส 33101 ในระดับชึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2552 ได้มอบหมายงาน/กิจกรรมให้ผู้เรียนนำไปปฏิบัติทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเรียน ลักษณะงานที่ผู้เรียนได้นำไปปฏิบัติเป็นรายบุคคล แต่ผลปรากฎว่ามักจะมีปัญหาเรื่องการส่งงาน มีผู้เรียนบางส่วนที่ส่งงานไม่ตรงตามเวลาที่เป็นไปตามข้อตกลง เมื่อซักถามมักจะได้รับคำตอบว่าไปงานการแสดงของวิทยาลัย หรือวิชาอื่น ๆ ก็สั่งงาน ลืมไว้ที่บ้าน/ที่หอพัก ไม่สามารถส่งได้ในเวลาที่กำหนด เมื่อเกิดสภาพปัญหาเช่นนี้บ่อย ๆ ผู้วิจัยจึงได้สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนว่าแท้จริงเกิดจากปัญหาใด พบว่าเกิดจากผู้เรียนยังขาดความรับผิดชอบในงานที่รับมอบหมายและขาดการวางแผนการจัดการงานว่าชิ้นใดยาก งานชิ้นใดง่ายหรืองานชิ้นใดควรทำก่อนทำหลัง

จุดมุ่งหมาย/วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1 ผู้เรียนส่งงานทันตามกำหนดเวลา
2 เพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที 3/3จำนวน 39 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1 ใบงานเรื่อง สถิติ
2 ตารางการส่งงาน

แนวทางการดำเนินการทดลอง/การแก้ปัญหา
1 ติดตามผู้เรียนเพื่อมาพูดคุยขอทราบปัญหาว่าเหตุใดจึงส่งงานล่าช้าหรือไม่ส่งงาน
2 สอนเสริม/แนะนำให้ผู้เรียนทำงานที่มอบหมาย
3 ให้เพื่อนในกลุ่มของผู้เรียนเป็นพี่เลี้ยงกระตุ้นเตือน
4 ให้ผู้เรียนมาทำงานที่จะส่งกับผู้สอน
5 ติดตามผลรายบุคคล/รายชิ้นงาน
6 ให้ผู้ปกครองช่วยกำกับดูแลที่บ้าน
7 สำหรับที่วิทยาลัยฯ ให้ครูที่ปรึกษาช่วยกำกับดูแลผู้เรียน

ผลการวิจัย/ข้อเสนอแนะ
เมื่อถึงเวลาสอนและมีกิจกรรมการเรียนการสอนที่ให้งานกิจกรรมใช้กระบวนการตามข้อกำหนดในแต่ละรายจุดประสงค์ การส่งงานซึ่งต้องตรงต่อเวลาที่กำหนดจะให้คะแนนความรับผิดชอบสูงและหากส่งไม่ตรงตามกำหนดเวลาจะมีบทลงโทษด้วยการหักคะแนนในงานชิ้นนั้น ๆ นอกจากนั้นยังติดตามผู้เรียนให้รู้จักวางแผนในการทำงานกิจกรรมก่อนหลัง สอบถามถึงปัญหาและอุปสรรคในการทำกิจกรรม พร้อมทั้งหาข้อสรุปแนะนำแก่ผู้เรียน ผลปรากฎว่าผลงานของนักเรียนออกมาอยู่ในเกณฑ์ค่อยข้างดี มีคุณภาพและที่สำคัญผู้เรียนส่งงานภายในกำหนดเวลาที่กำหนด มีเพียงนักเรียนส่วนน้อยที่ส่งงานล่าช้า ซึ่งได้ติดตามเป็นรายบุคคล เป็นรายชิ้นงาน เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนให้ทันตามกำหนดเวลา

อย่างไรก็ดี การปฏิบัติในกิจกรรมการเรียนการสอนลักษณะนี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เรียนในการร่วมกิจกรรมและจากผู้ปกครองในเรื่องของการติดตามพฤติกรรมการเรียนของผู้เรียนจึงจะได้ผลดียิ่งขึ้น